29.12 ออริ(สั้น)เรื่องแรก for....

posted on 29 Dec 2011 20:29 by dark-white in TalK
 
 
ดาร์คครับ...ผม -*- //นานชาติจะมาอัพบล็อค
 
 
 ฤกษ์งามยามดีวันนี้............
 
 
 
วันเกิดไวท์ แหล่ะ ^[+++]^
 
 
 
HBD ให้เพื่อนรัก พบกับสิ่งที่ดีๆในชีวิต
 
มีความสุข สมหวัง ฉลาดวันฉลาดคืน เพี้ยง ๆ ๆ ๆ
 
 
 
 
ดาร์คแต่งออริมาHBDไวท์เรื่องนึงด้วยแหล่ะ  เป็นออริเรื่องแรกที่แต่งจบ(ฮา) มันเลยออกมาไม่ค่อยดีเท่าไหร่
 
 
ถ้าพูดกันตามจริงคิดว่า นอกจากดาร์คแล้วก็ไวท์คนอื่นจะเข้าใจมันรึเปล่าไอดาร์คไม่รับประกัน
 
 
แต่ก็พร้อมใจเอาลงบลอค อย่างน้อยมีไวท์อ่านแค่นี้ก็สุขใจดาร์คแล้ว..//โดนโบก
 
 
 
 
 
 
พูดถึงออริ มันมีที่มา ที่น่าตกใจแหล่ะ (อยากเล่าๆ)
 
 
จริงๆแล้ว มันมาจากความฝันของไวท์กับดาร์คแหล่ะ เริ่มจากดาร์คฝัน แล้วไปเล่าให้ไวท์ฟัง
 
หลังจากนั้นไวท์ก็เก็บไปฝัน แล้วเอามาเล่าให้ดาร์คฟัง ไอดาร์คก็เอาไปฝันอีก วนไปวนมาอยู่เกือบๆเทอมนึง
 
ซึ่งแน่นอนตอนนี้ไม่ได้ฝันแล้วล่ะ
 
 
 
เพราะวันนี้เป็นวันเกิดไวท์ก็เลยเอาที่ไวท์ฝันมาแต่งเป็นออริให้
 
ยกมาแค่ส่วนสั้นๆส่วนหนึ่งที่ดูเข้าท่า(เร๊อะ) 
 
เพราะถ้าให้แต่งทั้งหมดจนจบไอดาร์คไม่สามารถ //แค่ยังจำได้ก็สุดๆแล้ว....-*-
 
 
 
 
 

Title : Blood Diamond
Author : ไอ้ดาร์คเอง
 Rating  : PG-13 (ไม่มีอะไรในกอไผ่)
Warning :  บทบรรยายยาว+เยอะจนน่ากลัว แต่เกรงว่าถ้าอ่านข้ามไปจะไม่รู้เรื่องเพราะวันเอกเรื่องนี้ไม่ชอบพูด 30-40%ของทั้งหมดเป็นเรื่องที่ได้ฟังว่าไวท์มา 60-70%มาจากไอดาร์คจำไม่ได้และแต่งเติมเอาเอง-*-
 
 
 
 
 
 
    เสียงนกนางนวลร้องระงมดังไปทั่วทั้งบริเวณท่าเรือยามเย็นที่พระอาทิตย์สาดแสงงดงาม ก่อนที่อีกไม่นาน
 
จะลับขอบฟ้าไป
 
 
    ร่างเล็กๆของเด็กหนุ่มอายุไม่น่าจะถึง 10 ขวบ เดือนไปตามท่าเรือช้าๆผ่านเรือชาวประมงหลายลำ ก่อนจะไป
 
หยุดที่เรือโดยสารลำหนึ่ง ที่ดูเหมือนลำสุดท้ายของวัน ในเรือลำนั้นเหลือเพียงสองตายายที่เป็นผู้โดยสาร เจ้า
 
ของเรือและลูกเรืออีกสองคน
 
 
    ตัวเขาค่อยๆก้าวลงเรือลำนั้นช้าๆ มันคงไม่ดีแน่ถ้าตกลงไปในน้ำ  เขาเดินด้วยความระมัดระวังก่อนจะนั่งลง
 
ใกล้ๆกับสองตายายคู่นั้นนั่งอยู่
   
 
    เป็นภาพที่ดูแปลกตาไม่น้อยสำหรับเจ้าของเรือโดยสารลำนี้ เขาอาศัยอยู่แถวนี้มานาน ภาพของเด็กหนุ่มตัว
 
น้อยเพียงตัวคนเดียวในเวลาพลบค่ำนั้นไม่ค่อยจะเกิดขึ้น และไม่ควรจะเกิดขึ้นเสียเท่าไหร่ อีกไม่นานก็จะมืดค่ำ
 
แล้วเด็กคนนี้จะไปไหนกัน
 
 
    เจ้าของเรือสั่งให้ลูกน้องเดินเรือข้ามฟากไปยังอีกฝั่งน้ำก่อนจะเดินเข้าไปหา เด็กหนุ่มตัวน้อยที่นั่งมอง
 
ทิวทัศน์ยามเย็นอย่างไม่วางตา ด้วยความเป็นห่วง
 
 
    ไม่ใช่ว่าเด็กคนนี้หลงทางหรือหนีออกจากบ้านมานะ...นั่นคือสิ่งที่เจ้าของเรือคิด
 
 
    หนุ่มน้อยคนนั้น แต่งกายด้วยชุดคลุมเดินทางสีน้ำตาลเข้ม มีผิวสีขาวบริสุทธิ์จนเกือบซีด ผมสีเงินสวยยาว
 
ประบ่า ร่างกายผอมบาง ใบหน้าสวยได้รูปแต่มีท่าทีเย็นชา ดวงตาคมแฝงแววเด็ดเดี่ยวแน่วแน่ เป็นแววตาที่ดู
 
สงบนิ่งอย่างที่เด็กอายุเท่านี้ไม่มี  แต่ที่แปลกไปกว่าสิ่งใด คือ นัยน์ตาสีขาว ของอีกฝ่าย
   
 
 
    " พ่อหนุ่ม จะค่ำมืดแล้ว จะไปไหนคนเดียวเหรอ มันอันตรายนะ " เจ้าของเรือที่ค่อนข้างมีอายุเอ่ยทักเขา
 
ทำให้ตัวเขาละสายตาจากทิวทัศน์ที่ตนจับจ้องอยู่มายังคนที่อยู่เบื้องหน้า เขาไม่ตอบคำถามของอีกฝ่ายทันที
 
เขานิ่งไปสักพักก่อนจะตอบด้วยน้ำเสียงนิ่งเรียบของเขาเบาๆ  " ทำงาน "

 
    _____________________Blood____Diamond____________________

 
    ร่างเล็กๆของเด็กชายเดินเลาะไปตามริมชายหาดของเมืองๆหนึ่งในย่านชนบท เขาใช้เวลาเดินทางค่อนข้าง
 
นานในการเดินทางมาครั้งนี้ แต่ก็ไม่แปลกสำหรับ ' นักเดินทาง ' ที่เดินทางออกจากบ้านเกิด เดินทางไปเรื่อยๆ
 
รับภารกิจจากที่ต่างๆ ทำงานตามที่ถูกจ้างวาน เป็นแบบนี้เรื่อยมาตั้งแต่เขาจำความได้ เขาก็ถูกส่งออกเดินทาง
 
ไปทำภารกิจอยู่หลายครั้งหลายครา
 
 
 
    เขาเคยนึกสงสัยว่า ' จะต้องเดินทางแบบนี้ไปจนถึงเมื่อไหร่ นานแค่ไหนกัน ' แน่นอนคำตอบอาจจะเป็นปี
 
ครึ่งชีวิต หรือตลอดชีวิตเลยก็ได้  เขาไม่เคยใส่ใจว่าทำไมเขาต้องเดินทางแล้ว ' งาน ' แต่ละงานสำคัญขนาด
 
ไหน เขาแค่ต้องการเลี้ยงชีวิต  เขาจะเป็นหรือตาย ขอให้ ' งาน ' สำเร็จก็ถือว่าลุล่วงการเดินทางในแต่ละครั้ง
 
 
    ในการเดินทางของเขาครั้งนี้มีภารกิจคือ การไปคุ้มครองผู้ชายคนหนึ่งที่อาศัยอยู่แถบชายฝั่งทะเลแห่งนี้ และ
 
แน่นอนเขาไม่สนใจว่าชายคนนี้เป็นใครมากจากไหน ต้องอยู่กับอีกฝ่ายนานเท่าไหร่ และมีประโยชน์อะไรที่ให้
 
เขาเดินทางรอนแรมมาไกลขนาดนี้ เพื่อปกป้องคนๆหนึ่งที่วันหนึ่งก็ต้องตายอยู่ดีไปทำไม
 
 
    เขาใช้เวลาประมาณครึ่งชั่วโมงกว่าก่อนจะถึงจุดหมายของเขา บ้านหลังเล็กๆมีสองชั้นสีขาว ดูผ่านกาลเวลา
 
มาค่อนข้างมาก บริเวณข้างบ้านปลูกต้นไม้เอาไว้พอให้ร่มเงา ไม่มีเพื่อนบ้านที่อยู่ใกล้เคียง ทำให้บ้านหลังนี้
 
เงียบสงบอย่างที่มันควรเป็น เขาได้รับการต้อนรับจากชายแก่คนหนึ่ง ซึ่งชายคนนี้มอบหมายหน้าที่ ' ดูแล ' ให้
 
แก่เขา เพราะอีกไม่นานชายคนนี้จะเดินทางกลับบ้านเกิดและใช้ชีวิตบั้นปลายที่เหลือไม่นานนักที่นั่น ซึ่งชายคน
 
นี้จะออกเดินทางในวันถัดไปหลังตัวเขามาถึง
 
 
    ชายแก่คนนั้นพาเขาเข้าไปสำรวจด้านในบ้านหลังนั้น ภายในบ้านถูกตกแต่งอย่างเรียบง่ายดูเป็นระเบียบ ตาม
 
ผนังถูกตกแต่งด้วยภาพวาดและรูปภาพศิลปะมากมาย จนเขาแอบสงสัยว่าเจ้าของบ้านเป็นศิลปินหรือพวกบ้า
 
คลั่งศิลปะ เขาเดินสำรวจมาจนถึงระเบียงหลังบ้านที่หันหน้าเข้าหาทะเล จากบริเวณนี้สามารถมองเห็นพระ
 
อาทิตย์ลับขอบฟ้าที่อีกฟากหนึ่งของทะเลได้ชัดเจน ซ้ายสุดของระเบียงมีชายคนหนึ่งนั่งอยู่กับกระดานวาดภาพ
 
ขนาดใหญ่พร้อมอุปกรณ์วาดภาพจำนวนหนึ่ง ชายคนนั้นกำลังวาดภาพทะเลเบื้องหน้าอย่างใจเย็นโดยไม่สังเกตุ
 
ว่ามีเขาอยู่ตรงบริเวณนั้น
 
 
 
    เขาเลือกที่จะยืนมองชายคนนั้นวาดภาพอย่างเงียบๆอยู่นานกว่าอีกฝ่ายจะรู้สึกได้ถึงตัวเขา ชายเบื้องหน้าเขา
 
อายุห่างกับเขาราวๆ9-10ปี มีผิวขาวบริสุทธิ์แม้ว่าจะไม่ขาวเท่าตัวเขาก็ตาม รูปร่างสูงโปร่ง มีนัยน์ตาสีอำพันและ
 
ผมยาวสีดำสนิทที่มัดรวบอย่างหลวมๆไว้ด้านหลัง หน้าตาอยู่ในขั้นดูดี ท่าทางใจดี อีกฝ่ายกำลังส่งยิ้มละมุนให้
 
กับเขาอย่างเป็นมิตร
 
 
    ชายคนนั้นชวนเขานั่งลงข้างๆบริเวณที่นั่งตรงขอบระเบียง ไม่ต้องเดาก็รู้ว่าชายคนนี้คือ เจ้าของบ้าน และเป็น
 
คนที่เขาจะทำอย่างด้วยอย่างไร้กำหนด บรรยากาศระหว่างเขาทั้งสองคนนั้นนิ่งเงียบไร้ซึ่งคำพูดใดๆ สาเหตุ
 
หนึ่งก็มาจากที่เขาไม่ชอบพูดด้วยเช่นกัน ทำให้มีแต่เพียงเสียงของสายลมและคลื่นกระทบฝั่งเท่านั้น
 
 
    ชายเจ้าของบ้านทำลายความเงียบลงด้วยการชวนเขาคุยก่อนอย่างมีไมตรี แต่เขาก็ตอบกลับไปสั้นๆอย่าง
 
เคยชิน ทำให้ดูไม่เป็นมิตรเขาเสียเท่าไหร่ ชายคนนั้นกลับยิ้มให้กับท่าทางนิ่งๆของเขาก่อนจะแระรำตัวเองให้
 
เขารู้จัก แต่ด้วยเสียงคลื่นที่เคลื่อนเข้ามากระทบฝั่งอย่างแรงนั้น ทำให้หลายประโยคขาดหายไป นั่นไม่ได้ทำให้
 
ใจความสำคัญสำหรับเขานั้นขาดหายไป
 
 
    " xxxxx ยินดีxxxรู้จักxxx ฉันชื่อ xxxx  เรน เรย์ แล้ว เธอล่ะ"
 
 
    ' เรย์ ' ยื่นมือมาให้เขาก่อนจะส่งยิ้มให้อีกครั้ง เขามองมือนั่นก่อนจะยกมือขึ้นไปจับมือนั้น เรย์เขย่ามือเขาน้อยๆ
 
ก่อนจะนิ่งฟังเขาแนะนำตัวบ้าง
 
    " ซ..ซาคุยะ " เขาตอบเบาๆ แม้จะตะกุกตะกักไปบ้างแต่ก็ชัดเจน
 
 
    " อย่าพูดให้น้อยนัก...   พูดอีกหน่อยสิ " เรย์นิ่วหน้าแล้วเอ่ยทักขึ้นมา
 
 
 
    ซาคุยะงงอยู่หน่อยๆ เป็นครั้งแรกที่มีคนืกเขาเรื่องการพูดน้อย ที่ดูจะไม่มีสาระอะไรเช่นนี้ ปกติไม่ใช่ว่าคนเรา
 
จะชอบคนพูดน้อยมากกว่าหรอกหรือ ยิ่งคน ' ทำงานแบบเขา ' ยิ่งพูดน้อยยิ่งเป็นที่น่าพอใจไม่ใช่หรอกเหรอ แม้
 
จะแปลกใจนิดหน่อยแต่เขาก็พูด ' ให้มากขึ้น ' ตอบไปแต่โดยดี
 
 
    " ยินดีที่ได้รู้จัก....ครับ " เขาก้มหัวลงน้อยๆอย่างรักษามารยาท แม้มาท่าทางเก้กางอยู่บ้างเล็กน้อยก็ตาม เรย์
 
จับมือทั้งสองข้างของเขาด้วยมือซ้าย และใช้มืออีกข้างลูบหัวเขาเบาๆก่อนจะตอบรับคำทักทายของเขาอีกครั้ง
 
 
    " ฝากตัวด้วยนะครับ  ผู้คุ้มกันตัวเล็ก ไว้ฉันจะช่วยแก้นิสัยพูดน้อยจนไม่น่ารักนี่ให้นะครับ " คำตอบรับที่ยาว
 
เกินพอดี ถูกส่งมาจากเรย์ ทำให้เขาพยักหน้ารับอย่างงงๆ
 
 
    คนๆนี้ก็แปลก มีอัธยาศัยเหลือเกิน แน่นอนว่าตัวเขารับมือกับคนแบบนี้ไม่ค่อยเป็น การผูกมิตรกับอีกฝ่ายเป็น
 
เรื่องที่ดี ดูท่าเขาต้องทำงานอยู่ที่นี่อีกนาน จนเขาสงสัยว่ากำหนดสิ้นสุดงานนี้มันเมื่อไหร่กัน

 
 
    _____________________Blood____Diamond____________________

 
 
    ลมทะเลพัดเข้ามากระทบกับร่าง ตามด้วยเสียงคลื่นทะเลที่สาดเข้าหาฝั่ง บางครั้งก็มีเสียงนกร้องระงมตามมา
 
มันเกิดขึ้นซ้ำๆจนนับครังไม่ถ้วนเพราะที่นี่คือทะเล ทะเลที่สวยงาม บางครั้งก็ดูราบเรียบนิ่งสงบ บางครั้งก็ฉุน
 
เฉียวบ้าคลั่งดูน่าหวาดหวั่น
 
 
    ตัวเขาเดินเล่นไปตามแนวชายหาดใกล้ๆกับ ' ที่พัก ' ที่ตนอาศัยอยู่ แม้นิสัยและการกระทำของเขาจะต่างกับ
 
อายุไปโข  แต่ก็ยังมีบางอย่างที่บ่งบอกถึงความสมอายุอยู่อย่าง การเล่นน้ำทะเล เขานั่งลงบนโขดหินก้อนใหญ่
 
ก้อนหนึ่งที่ตินกับชายทะเล ก่อนจะหย่อนขาลงในน้ำ เตะขาไปมาอย่างสนุกสนาน แม้ว่าใบหน้านั้นยังคงนิ่ง
 
เฉยอยู่ก็ตาม เขาชอบบรรยากาศแบบนี้ของที่นี่มาก สวยงามและเงียบสงบ ไม่ต้องรอนแรมไปเรื่อยๆ
 
 
    เขามาอาศัยอยู่ที่บ้านของเรย์ มาได้สักพักแล้ว แต่ดูเหมือนที่นี่จะไม่มีหน้าที่ให้เขาทำมากนัก มันเป็นอะไรที่ดู
 
จะไม่เข้าใกล้คำว่า ' งาน ' เลยด้วยซ้ำ นั่นรวมถึงว่าไม่มีกิจกรรมใดให้เขาได้ทำฆ่าเวลาเลยนอกจากเรื่องไร้สาระ
 
มากมายอย่างเช่นตอนนี้เป็นต้น เขาพยายามไม่ให้เวลาเสียเปล่า เขาตามประกบเรย์อยู่บ่อยครั้ง เพื่อทำหน้าที่ที่
 
ได้รับมอบหมาย แต่บ่อยครั้งที่เขาถูกปฏิเสธโดยอีกฝ่ายด้วยเหตุผลเช่นการ ' ขอเวลาส่วนตัว ' ' รบกวนเวลาว่าง
 
ของเขา ' และอื่นๆ จนสงสัยว่าเขาถูกส่งมาทำอะไรกันแน่
 
 
    สำหรับเรย์ คนที่เขาต้องคุ้มกันนั้นเป็นคนที่ค่อนข้างแปลก แม้จะดูช่างพูด ก็ไม่ค่อยพูดนักและไม่ออกไป
 
พบปะกับใคร แต่ถ้าอีกฝ่ายเอ่ยปากพูดกับเขาก็มักพูดเกินจำเป็นอยู่เสมอ ชายคนนี้มักใช้เวลาไปกับการนั่งอยู่ตรง
 
บริเวณระเบียงเพื่อมองวิวทิวทัศน์เบื้องหน้าและวาดภาพอยู่เงียบๆเพียงคนเดียว
 
 
 
    ชายคนนี้ไม่มีอะไรโดดเด่น ไม่ได้เป็นโรคภัยอะไร ดูไม่มีพิษสง เหมือนจะไม่มีฝีมือด้านการต่อสู้เสียเท่าไหร่
 
ไม่น่าจะมีทักษะพิเศษอะไร ไม่น่าเชื่อว่าชายคนนี้จะถูกปองร้าย เรย์ไม่ค่อยภูมิถึงภูมิหลัง อาจมีบางสิ่งผิดปกติปก
 
ปิดเป็นความลับอยู่ มันเป็นแปลกๆตั้งแต่เขารับงานนี้มา มันดูสำคัญนักหนาแต่ก็ไม่มีอะไรเลย แน่นอนว่าคน
 
ธรรมดาๆคนหนึ่งๆม่เห็นจำเป็นต้องให้ใครมา ' คุ้มครอง ' เลยนอกจาก เรย์จะเป็นคนพิเศษ
 
 
    " ซาคุยะ... "
 
 
    ตัวเขาหันไปมองทางต้นเสียงของผู้ที่ร้องเรียกเขาซึ่งเป็นใครไปไม่ได้นอกจากเรย์ อีกฝ่ายโบกมือให้
 
เขา2-3ครั้งก่อนจะหยุด จากจุดที่เขาอยู่ไม่ได้ห่างจากตัวบ้านเสียเท่าไหร่เขาจึงได้ยินเสียงอีกฝ่ายชัดเจนอยู่ที
 
เดียว เมื่อเรย์มั่นใจแล้วว่าตัวเขาได้จึงเริ่มพูดอีกครั้ง
 
 
    " มีอะไรจะให้ดู... รีบมาสิ " แล้วจะให้เขาดูอะไร? เขาฉงนอยู่หน่อยๆก่อนจะพยักหน้าตอบอีกฝ่ายไปแล้วเดิน
 
ทางกลับไปยังที่พักตามที่อีกฝ่ายร้องหา
 
 
    ใช้เวลาไม่นานเขาก็มาถึงจุดที่เรย์ร้องเรียกเขาเมื่อครู่ เมื่อเรย์เห็นว่าเขามาแล้วก็ส่งยิ้มให้เหมือนทุกที แล้ว
 
สายตาของเขาก็จับไปที่กระดานวาดภาพขอ